ข้อ (ไม่) คิดจากวรรณคดี ของ "นายผี"

9/8/2017

ผมได้อ่านงานเขียนของ "นายผี" ครั้งแรกจากผลงานแปลเรื่อง "ภควัตคีตา" ของเขาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นผมบอกได้แค่เพียงว่า มันน่าประทับใจมากๆ กับการอ่านหนังสือที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องซักเท่าไหร่ ด้วยความที่มีอาการมึนๆ งงๆ กับรูปแบบของคำศัพท์แปลกๆ ที่ผมไม่คุ้นตาเอาซะเลย เพราะ "นายผี" แกเล่นผสมคำขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะคง "ความขลัง" ของจำนวนโศลกตามต้นฉบับเดิมของ "ภควัตคีตา" ไว้ให้ได้ ... แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็ไม่เคยได้หยิบจับผลงานเขียนของ "นายผี" มาอ่านอย่างจริงๆ จังๆ อีกเลย ... จำไว้แค่เพียงว่า "นายผี" หรือ "อินทรายุทธ" คือนามปากกาของคุณ "อัศนี พลจันทร" หนึ่งในจำนวน "นักคิดหัวก้าวหน้า" ของไทยในสมัยหนึ่ง และเป็นบุคคลที่บรรดา "ศิลปินเพื่อชีวิต" หลายต่อหลายรุ่นให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากด้วย ... ซึ่งการได้อ่านผลงานแปลเรื่อง "ภควัตคีตา" ของ "นายผี" ในครั้งนั้น ถือได้ว่ามีส่วนที่ทำให้ผมนิยมชมชอบ "นายผี" อยู่ด้วยในระดับหนึ่ง และไม่รู้สึกแปลกใจที่มีนักอะไรต่อมิอะไรในสังคมไทยอีกหลายคน ให้ความเลื่อมใสศรัทธาในบุคคลผู้นี้มาโดยตลอด

แต่การได้อ่าน "ข้อคิดจากวรรณคดี" ของ "นายผี" ในอีกหลายปีต่อมากลับทำให้ผมรู้สึกแตกต่างออกไป จริงอยู่ที่ "ทักษะทางภาษา" ของ "นายผี" ยังคงมีมาตรฐานที่ "สูงส่ง" อย่างน่าพอใจในระดับที่ไม่แตกต่างไปจากที่ผมเคยรู้สึกมาก่อน แต่ "กรอบคิด" ที่ผมรู้สึกว่า "ค่อนข้างจะคับแคบ" ของ "นายผี" นั้นเอง ที่ดูจะขัดแย้งกับความรู้สึกเดิมๆ ที่ผมเคยได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้ ... มันทำให้ผมพอจะจินตนาการถึงสาเหตุแห่งความล่มสลายของ "วิถีแห่งมาร์กซิสต์" ที่บรรดาสาวกจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็พยายามจะประโคมโอ่ว่า มันคือ "หลักคิด" ที่จะสามารถปลดเปลื้อง "พันธนาการทางสังคม" ให้แก่ "ชนชั้นแรงงาน" หรือ "ชนชั้นล่างผู้ถูกกดขี่" อย่างแท้จริง ... แต่ "การสร้างปีศาจทางชนชั้น" ขึ้นมาเพื่อ "ยุแยง" ให้เกิด "ความแตกแยก" ในสังคม แถมด้วยการใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยให้ "ฝ่ายปฏิกิริยา" มี "ความต่ำช้า" ในระดับเดียวกับ "สัตว์เดรัจฉาน" นั้น ... มันมีอะไรที่แตกต่างไปจาก "การกดขี่ทางชนชั้น" ที่บรรดา "สาวกมาร์กซีสต์" พยายามจะล้มล้างลงไปอย่างนั้นเหรอ ??!! ... การพยายามผูกโยงให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเกี่ยวเนื่องกับ "ความขัดแย้งทางชนชั้น" เพื่อสร้าง "กระแสแห่งความเกลียดชัง" ระหว่างสมาชิกในสังคมด้วยกันนั้น มันช่วยจรรโลงโลกให้เกิดสังคมที่สวยงามตรงไหน??!! ... การเอาแต่สร้างถ้อยคำเพื่อตำหนิติเตียน และพยายามชี้นำว่าศิลปวัฒนธรรมของชนชั้นหนึ่งๆ เป็นสิ่งที่ด้อยค่าไร้ราคา โดยมิได้สร้างสิ่งใดให้แตกต่างอย่างสวยงามขึ้นมาอย่างจริงๆ จังๆ เลยนั้น มันจะก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมอะไรขึ้นมาได้มั้ย ??!! ... ภาษาเขียนที่ใช้ถ้อยคำอย่างสละสลวย มีการผูกคำสร้างรูปประโยคอย่างสลับซับซ้อน มันคือ "ศิลปะเพื่อปวงชน" จริงๆ หรือเป็น "ศิลปะเพื่อชนชั้นปัญญา" ที่จะก้าวขึ้นสู่ "ความเป็นผู้ปกครอง" ของ "ผู้ด้อยปัญญา" ในสังคมแทน "กลุ่มชนชั้นเดิม" กันแน่ล่ะ ??!! ... ฯลฯ ...

มันดูราวกับว่า บรรดา "สาวกมาร์กซีสต์" ทั้งหลาย ต่างมุ่งเน้นที่จะ "นิยามความแตกต่างทางชนชั้น" ด้วยนิยามอื่น ที่ไม่ใช่ชาติกำเนิด หรือไม่ใช่ชื่อยศชื่อตำแหน่งทางการปกครอง แต่กำลังพยายามจะ "แบ่งแยกชนชั้น" ด้วย "นามธรรมบางอย่าง" ของ "บุคคลระดับนำ" แทน ... มันจึงทำให้ "การสลายความเป็นชนชั้น" อย่างที่พวกเขาชอบกล่าวอ้างกัน กลายเป็น "สิ่งลวงโลก" และไม่มีอยู่จริงในจิตสำนึกของพวกเขาเลย ?!?!?! ...

ทำไมเราต้องโกรธเกลียดคนอื่นๆ ที่ไม่ได้คิดเหมือกับเรา ?! ... ทำไมเราถึงเลือกที่จะทำลายคุณค่าของผู้อื่น หรือสิ่งอื่น ด้วยการตำหนิติเตียนอย่างรุนแรง และสร้างกระแสแห่งความเกลียดชังให้ลุกลามไปทั่วๆ ?! ... ทำไมเราต้องทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่ชอบลงไปให้หมด แล้วค่อยเกณฑ์ใครต่อใครมาช่วยกันสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพังเหล่านั้น ?! ... ทำไมเราถึงไม่เลือกที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า เพื่อทดแทนสิ่งที่เราเชื่อว่ายังไม่ดีพอ แล้วแบ่งปันให้เป็นทางเลือกสำหรับคนอื่นๆ ในสังคม โดยไม่ต้องทำลายสิ่งใดๆ ของใครเลยล่ะ ?! ... บางที ... อาจจะเป็นเพราะ "สาวกมาร์กซีสต์" ทั้งหลายนั้นเกิดเร็วเกินไป จึงไม่เคยได้สัมผัสกับ "จิตวิญญาณแบบโอเพนซอร์ส" ที่มี "ความเป็นคอมมูน" ยิ่งกว่า "แนวคิดเยี่ยงเด็กน้อย" ของผู้เฒ่าอารมณ์ร้ายอย่าง Karl Marx เป็นไหนๆ ก็เป็นไปได้นะ !!??!!?!? ... 😅

 

 


Categories: ZhuqiBook

Leave Comment