No One Is Perfect

ไม่ใครก็ใครซักคนล่ะวะที่สมบูรณ์แบบ ... :) | 21/5/2013

จู่ๆ ผมก็นึกถึง "วลีโหลๆ" ที่หลายคนชอบหยิบยกขึ้นมาพูด ... โดยมีบางคนที่พูดในเชิงตำหนิผู้อื่นว่า "อย่าหลงตัวเอง" ให้มันมากนัก เพราะไม่มีใครหน้าไหนหรอกที่ปราศจากข้อบกพร่อง ... บางคนก็พูดเพื่อ "ปลอบประโลมความไม่สมประสงค์ของตัวเอง" ในบางสิ่งบางเรื่อง แล้วคิดสั้นๆ แค่ว่า ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่รู้จะดันทุรังไปอีกทำไม ... บางคนก็พูดเพื่อ "เตือนสติ" ตัวเองว่า "อย่าท้อแท้สิ้นหวังในทุกสิ่ง" เพราะไม่มีใครหรือไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบจนไม่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านั้นได้อีกแล้ว ... ฯลฯ ... มันคือหนึ่งในวลีที่มักจะถูกเอ่ยอ้างอย่างหลากความหมายหลายอารมณ์ ตามแต่กาละ-เทศะของการเอ่ยอ้างแต่ละครั้งของแต่ละบุคคล ... เพียงแต่โดยมากแล้ว คำว่า One ในวลีดังกล่าวมักจะถูกกำหนดความหมายให้เกี่ยวข้องกับ "ความเป็นบุคคล" มากกว่าแง่มุมอื่นๆ เท่านั้นเอง ... ;)

แล้วเราจะคิดให้มันกระเดียดไปหมายถึงด้านอื่นๆ มั่งได้มั้ยล่ะ ?! ...

  • มันจะหมายถึง "ระบอบการปกครอง" ไม่ว่าจะเป็นแบบใดแบบหนึ่งของ "ฝ่ายเผด็จการ" หรือ "ฝ่ายประชาธิปไตย" ได้มั้ย ?!
  • มันจะหมายถึง "ระบบเศรษฐกิจ" ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดแบบ "สังคมนิยม" หรือ "ทุนนิยม" ได้รึเปล่า ?!
  • หรือมันจะสามารถหมายถึง "ระบบการบริหารจัดการ" ไม่ว่าจะ "เปิดกว้าง" หรือ "ควบคุม" ไม่ว่าจะในระดับไหนๆ ก็ตามด้วยหรือไม่ ?!
  • หรือมันน่าจะหมายถึง "สาขาวิทยาการ" หนึ่งๆ ที่ต่างก็มีความโดดเด่นเฉพาะด้านของตน แต่ไม่มีสาขาใดที่ครอบคลุมทุกรายละเอียดของทุกเรื่อง ?!
  • หรือมันควรจะหมายความว่า "ความเป็นเอกภาพใดๆ ล้วนไม่มีความสมบูรณ์แบบ" ... ??!! ... งั้นต้อง "ทะเลาะเบาะแว้งกัน" รึไงถึงจะดีกว่า ... ??!!
  • ฯลฯ

ในขณะที่สังคมไทยยังคงวนเวียนอยู่กับ "วาทกรรมแห่งความขัดแย้ง" อย่างไม่ยอมโงหัว ... บ้างก็อ้าง "หลักวิชาการ" ที่ตนท่องจำจากเขามาราวกับเป็น "สุดยอดเคล็ดวิชา" ที่ล้ำเลิศประเสริฐสุดในปฐพี ... บ้างก็อ้าง "สัจจนิยมร่วมสมัย" ที่ผิดเพี้ยนเป็นอื่นไปไม่ได้ในทุกดินแดนของระบบสุริยจักรวาล ... บ้างก็อ้าง "อุดมการณ์อันสูงส่ง" ของหมู่มวลมนุษยชาติ โดยเชื่อว่ามีแต่เหล่า "เดียรัจฉาน" เท่านั้นที่จะไม่เข้าใจ ... บ้างก็อ้าง "วัฒนธรรมประเพณี" ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตชาติอันไกลโพ้นจนไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไงไปเพื่ออะไรอีก ... บ้างก็อ้าง "บทบัญญัติแห่งกฎหมาย" ราวกับเป็นอาญาสวรรค์ที่ปราศจากช่องโหว่รอยรั่ว หรือข้อควรตำหนิติติงใดๆ ที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขก่อนการบังคับใช้อย่างเหมาะสม ... ฯลฯ ... มีการจำแนกแจกแจงผู้คนออกเป็นพวกเป็นกลุ่ม ราวกับ "การคัดแยกสายพันธุ์อันบริสุทธิ์" ของบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เพื่อมิให้ "ความมีอัตลักษณ์ประจำกลุ่ม" ต้องเสื่อมเสียไปกับ "การผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์" ... ราวกับกำลังจะบอกกับ "คนทั้งโลก" ว่า ... "no one but me is perfect" ... ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาแห่ง "ความขัดแย้ง" นั้น ต่างฝ่ายต่างก็เหมาเอาเองว่า มีแต่ฝ่ายของตนเท่านั้นแหละที่เป็น "คน" ... ??!!

การที่ใครหลายคนมักจะเหมาๆ เอาเองว่า ... ไอ้นั่นดี, ไอ้นี่ถูกต้อง, หรือไอ้ไหนที่มันสมบูรณ์แบบนั้น ... ลึกๆ ลงไปแล้วก็เป็นเพราะว่า เมื่อ "ตัวมันเอง" ฝักใฝ่ไปในทางไหน มันก็จะ "ทึกทักของมันไปเอง" ว่า ไอ้นั่น, ไอ้นี่, หรือไอ้ไหน "ของมัน" นั่นแหละที่ดี, ที่ถูกต้อง, ที่สมบูรณ์ ... เพื่อที่จะสนองราคะลึกๆ ในใจของ "ตัวมันเอง" ว่า ตัวกูนั้นดี, ตัวกูนั้นถูกต้อง, ตัวกูนั้นสมบูรณ์แบบ ... แล้วก็พานไม่ยอมพิจารณาถึงข้อไม่ดี, ข้อไม่ถูก, และข้อไม่สมบูรณ์ของสิ่งเหล่านั้นไปซะ เพื่อจะถนอม "คุณค่าอันแสนจะจอมปลอม" ในใจตนต่อไป กับพยายามคุ้ยแคะแกะเกาสิ่งไม่ดี, สิ่งไม่ถูกต้อง, สิ่งที่บกพร่องไม่สมบูรณ์ของผู้อื่นฝ่ายอื่นมาโพนทะนาให้เป็นที่อับอาย เพื่อหวังจะทำลายความน่าเชื่อถือของผู้อื่นฝ่ายอื่นไปวันๆ ... เท่านั้น !!??

No One Is Perfect จึงน่าจะหมายความว่า "การไร้ซึ่งอัตตาที่คอยรวมกูแบ่งมึงนั่นแหละคือความสมบูรณ์แบบ" ... มั้ง ??!!

... มั้ ง ... เ ห ร อ ...??!! ...

เพราะจริงๆ แล้วคำว่า perfect ที่แปลว่า "สมบูรณ์แบบ" นั่นน่ะ มันมาจากการผสมคำ 2 คำเข้าด้วยกัน คือ per ที่แปลว่า "สิ้นสุด", "ลุล่วง" กับคำว่า fecere ที่แปลว่า "กระทำ" ดังนั้น ความหมายตามรูปคำเดิมของ perfect จึงหมายถึง "สิ้นสุดแห่งการกระทำ" ... แน่นอนที่มันอาจจะได้รับการ "ตีความ" ว่า "ทำเสร็จแล้ว", "ทำเรียบร้อยแล้ว", "ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว", ... จนเพี้ยนมาเป็นความหมายว่า "เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์" และ "สมบูรณ์แบบ" ในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน ... แต่ ... ถ้าแปลกันอย่างตรงๆ ตัวจริงๆ ก็ต้องแปลว่า "สิ้นสุดแห่งการกระทำ" ซึ่งคำจีนที่ใกล้ที่สุดก็น่าจะเป็น ... 無為 (wú wèi, อู๋เว่ย) ... หรือ ... "ปราศจากการกระทำ" !!??

ถ้าอย่างนั้น ... No One Is Perfect ก็ควรจะมีความหมายตามตัวอักษรว่า "การไร้ซึ่งอัตตาของแต่ละบุคคลนั่นแหละคือความสิ้นสุดแห่งการกระทำ" หรือให้มันห้วนๆ ด้วนๆ กว่านั้นก็อาจจะแปลว่า "ไร้ซึ่งตัวตนคือไร้ซึ่งการกระทำ" ... เอ้า ... งั้น "ปราชญ์ย่อมกระทำโดยการไม่กระทำ" ก็คืออย่างนี้รึเปล่าหว่า ??!! ... แล้วนี่มันกลายเป็น "เต๋า" ไปได้ไงวะเนี่ย ??!! ... :D

 

 


Categories: ZhuqiDox

Leave Comment